วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

ทัศนะต่อการปรองดอง จากหนึ่งพ่อผู้เสียชีวิต 10 เมษา

ทัศนะต่อการปรองดอง จากหนึ่งพ่อผู้เสียชีวิต 10 เมษา

 

 

 

5 คำถามกับ บรรเจิด ฟุ้งกลิ่นจันทร์ พ่อของ เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ ชายหนุ่มที่เสียชีวิตด้วยวัย 28 ปี ที่บริเวณสี่แยกคอกวัวในคืนวันที่ 10 เม.ย.53 ขณะที่กำลังทหารกำลังเข้า "ขอคืนพื้นที่" จากผู้ชุมนุม เขาอยู่ในกลุ่มคนที่อยู่ด้านหน้าและถูกยิงเข้าที่แผงอก 5 นัด

เราพบเขาและภรรยาโดยบังเอิญที่หัวถนนข้าวสารตอนบ่ายแก่ ขณะกำลังนั่งพักริมถนน หลังจากจุดเทียน วางอาหารไว้หน้ารูปถ่ายของลูกชายในจุดใกล้เคียงกับจุดที่เขาเสียชีวิต ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะร่วมจุดเทียนรำลึกผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำ

00000

ผ่านไป 2 ปี ทุกวันนี้ชีวิตเป็นอย่างไร และต้องการอะไรมากที่สุด

ตั้งแต่ลูกตายตั้งแต่วันที่ 10 เมษา2553 ทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีความสุขกับสิ่งเป็นอยู่ คิดถึงแต่ลูก อยากให้ลูกกลับมาอยู่ด้วย จะกิน จะเที่ยว จะอะไรก็ไม่เหมือนตอนลูกอยู่ อยากให้เขากลับมา แต่มันเป็นไปไม่ได้ อยากให้รัฐบาลชุดยิ่งลักษณ์ดำเนินคดีให้กับลูกชายและผู้เสียชีวิตทั้ง 91 ศพ ให้รู้ว่าใครเข่นฆ่าประชาชน อยากให้เร่งหาคนสั่งฆ่ามาลงโทษ

 

มองทิศทางการปรองดองตอนนี้อย่างไร

เรื่องการปรองดองนั้นเราสนับสนุน  ไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรม หรือปรองดอง ครอบครัวฟุ้งกลิ่นจันทร์ยินดี ไม่เช่นนั้นสังคมมันคงไปต่อไม่ได้ แต่เรื่องค้นหาความจริงและหาคนผิดในเหตุการณ์ปี53 ที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพทำไว้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ต้องหาข้อเท็จจริง

 

แต่ถ้านิรโทษกรรมก็จะครอบคลุมทุกฝ่าย

ต่อให้นิรโทษกรรมทุกฝ่าย ก็ขอให้ครอบครัวฟุ้งกลิ่นจันทร์รู้ว่าใครเป็นคนผิด ให้รู้ว่ามีคนผิด ไม่เป็นไร ขอให้ได้รู้ ก็เหมือนกับเหตุการณ์ทั่วๆ ไป 14 ตุลา พฤษภา35 ก็นิรโทษกรรมให้คนฆ่าประชาชนทั้งนั้น

...แต่พ่อว่า ถึงที่สุดนรกจะไม่นิรโทษกรรมให้คนสั่งฆ่าประชาชน

 

อีกฝั่งถนน คนกลุ่มหนึ่งก็มาจัดงานรำลึกถึงการจากไปพล.อ.ร่มเกล้า ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง มองกรณีนี้อย่างไร

พ.อ.ร่มเกล้าก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ถ้าเขาไม่ทำเขาก็ได้รับโทษ อาจมีคนฝั่งนั้นบอกว่า คนเสื้อแดงหรือผู้ชุมนุมยิง เขารู้ได้อย่างไร เห็นหรือเปล่า เหมือนทางรัฐบาลว่าชายชุดดำ จับได้ไหมก็จับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพ.อ.ร่มเกล้า หรือพี่น้องประชาชนที่ตายตรงนี้ ทุกคนมีสิทธิจัดรำลึกให้แต่ละคนเหมือนกันไม่มีใครห้ามได้ ประชาธิปไตย อย่างวันนี้คนเสื้อแดงไม่ได้ทำบุญ เพราะว่ามีเหตุการณ์สำคัญ เสื้อแดงก็ต้องยอมรับ เลื่อนก็ต้องเลื่อน คนเสื้อแดงยอมรับได้ทุกรูปแบบ ถูกกระทำซ้ำยังไงก็ต้องยอมรับ

 

แล้วทำไมยังมาจุดเทียนไว้อาลัยเงียบๆ

สำหรับตัวเราเอง จะเลื่อน ไม่เลื่อน มันอยู่ที่เรา มันก็ต้องยึดวันที่ 10 เมษาเป็นเสาหลัก เพราะลูกเราเสียชีวิตวันนี้ ไม่ใช่วันที่ 11 12 13 14 15 ฉะนั้นเราต้องเห็นความสำคัญของวันที่ 10 เมษา เราจะไม่มีวันลืมเลือน ใครจะพูดยังไง ขอให้ลืม ญาติวีรชน 10 เมษาลืมไม่ได้ มันต้องจำไว้ให้แม่นว่าวันนี้เป็นวันที่สิ่งชั่วร้ายที่เกิดขึ้นกับลูกชายและพี่น้องเราทั้ง 91 ศพ

 

ก่อนหน้านี้ทั้งคุณพ่อ คุณแม่เองก็ร่วมขบวนเสื้อแดง ลูกก็ร่วมด้วยจนสูญเสียเขาไป ตอนนี้ยังเชื่อในผู้นำ หรือแนวทางแบบที่ตัวเองเคยเชื่อไหม

เราก็ต้องเดินตามทางลูกชาย เพราะลูกชายคิดเสมอว่าประเทศนี้ยังไม่มีความยุติธรรมให้ประชาชนคนรากหญ้า ก็ต้องต่อสู้เรียกร้องให้ลูกชายให้สำเร็จ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าได้รับสิ่งที่เราภาคภูมิใจ ส่วนตัวบุคคลเราก็จำเป็นต้องเชื่อมั่น แม้เขาอาจจะล่าช้า หย่อนยาน แต่เราก็ต้องร่วมกัน และต้องผลักดันการค้นหาความจริงต่อไป ไม่มีหยุด 

http://www.prachatai3.info/journal/2012/04/40035

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น