วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

มลาบรี ชาวป่า ที่เคยเรียกว่า ผีตองเหลือง

มลาบรี ชาวป่า ที่เคยเรียกว่า ผีตองเหลือง อาศัยป่าเป็นนิวาสัย พอใบตองทำที่บังเปลี่ยนสีก็เคลื่อนย้ายอาศัยกินเผือกมัน ล่าสัตว์มาเป็นอาหาร ท้องถิ่นที่มีอาศัยอยู่ ได้แก่สายภูระหว่าง แพร่กับน่าน ก้คือท้องที่อ.ร้องกวาง จ.แพร่ 

 Teeraparb Lohitkun ภาพนี้ืถือเป็นหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ของวงการมานุษยวิทยา และชาติพันธ์วิทยาของไทย บันทึกเป็นภาพนิ่งและภาพยนตร์โดย คุณบุญเสริม ศาสตราภัย นักนสพ.คนสำคัญของเชียงใหม่ ในการไปสำรวจชาวมลาบีเมื่อราวห้าทศวรรษก่อน นำคณะสำรวจโดย ศ.ไกรศรี นิมมานเหมินทร์ ปราชญ์แห่งล้านนา เป็นช่วงเวลาที่ชาวมลาบี ยังดำรงชีวิตแบบเดิมๆ นับเป็นภาพที่ทรงคุณค่ามาก
ครูไหม คนไทบ้าน ห้าทศวรรษที่แล้ว ครับ..อาจารย์ครับ ...ตอนแรกผมงงครับอาจารย์ ดูความหล่อ ดูมีดพก ห้าสิบหกสิบปี ก็เข้าใจครับอาจารย์ 
Teeraparb Lohitkun อ. Pathai Pudha ครับ สรุปว่าต้องเขียน มลาบรี มาจาก Mlabri ส่วนที่คนไทยเรียกผีตองเหลือง เพราะแต่ดั้งเดิม ชนเผ่านี้จะอาศัยอยู่จุดใดจุดหนึ่งชั่วเวลาใบตองเหลือง แล้วก็ย้ายไป ยิ่งไปเห็นว่าพวกเขาไม่สวมเสื้อผ้า จึงเรียกชนเผ่านี้ว่า ผีตองเหลือง
...เหมือน ผีตาโขน เพี้ยนเสียงจาก ผีตามคน หรือผีตาขน คือคนป่า ไม่นุ่งห่มเสื้อผ้า หรือเอาผ้าห่อศพมาคลุมกาย เหมือนผี แต่มีขนตา (ปกติผีไม่มีขนตา) จึงเรียกผีตาขน
วิกิพีเดีย บอกว่าเป็นชนเผ่าที่น่าสนใจทีี่สุด และหลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้น้อยมาก คือราว ๆ 300 คน 
...The Mlabri (มลาบรี) or Mrabri are an ethnic group of Thailand and Laos, and have been called "the most interesting and least understood people in Southeast Asia".[1] Only about 300 or fewer Mlabris remain in the world today
คุณบุญเสริม - ผู้ถ่ายภาพนี้ ตามคณะสำรวจของ ศ.ไกรศรี ไปสำรวจมลาบรีในป่าลึกตรงรอยต่อแพร่กับน่าน ปี 2505 (50 ปีเต็ม) ท่านไปในฐานะนักเขียนและช่างภาพ จากนั้น กลับมาเขียนสารคดีมลาบรี ลง นสพ.เชียงใหม่นิวส์
...พอปี 2506 ท่านก็คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดผลงานดีเด่น ประเภทสารคดี ของสมาคมวิชาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จากสารคดีมลาบรีนั่นเอง
คุณลุงบุญเสริมเคยเล่าให้ผมฟังว่า ... "เราไปสำรวจกันหลายครั้ง ครั้งแรกๆ พวกเขายังไม่ไว้ใจเรา ซ่อนเด็กและผู้หญิงไว้ไม่ให้เราเห็น ...ครั้งหลังๆ จึงได้เห็นว่า เขานอนเรียงกันโดยมีกองไฟคั่นกลาง คอยให้ความอบอุ่น คือคน-กองไฟ-คน-กองไฟ เรื่อยไปแบบนี้...
...ภาพนี้ถ่ายตอนที่เราเริ่มสนิทสนมกัน นั่งกินเหล้ากันนานๆ เข้า เขาก็ลุกขึ้นมาร้องรำทำเพลง (แต่ไม่มีผู้หญิงมาเต้นด้วย) คือเขารู้แล้วว่าเรามาดี เขาจึงวางใจให้ถ่ายภาพ ....เป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีค่ามากสำหรับผม"
Pathai Pudha ท่าน ผอ. อุษา หลังสันเทียะ ครับ vdo เค้ามีนะครับ เข้าไปในGoogle นี้แหละ แล้วพิมพ์ คำ มลาบรี หรืออยากอ่าน ภาษาอังกฤษ ก็พิมพ์ Mlabri คนทำไว้เป็นประมาณว่า มัคคุเทศก์น้อยครับ เราฝึกฝนให้ เด็ก ม.ต้น ปีนี้ เป็นมัคคุเทศก์น้อย อีก ห้าปีข้างหน้า เราจะมีผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น เป็นผู้เล่าเรื่องราวท้องถิ่นที่มีฝีมือ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น