วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

GreenpeaceSEA ความเงียบและการปนเปื้อนกัมมันตรังสี มรดกของอุบัติภัยนิวเคลียร์ในฟูกูชิมา

เกือบ 1 ปีหลังจากที่เกิดอุบัติภัยฟูกูชิมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น  ถึงเวลาที่จะต้องมองกลับไปดูที่สิ่งที่เราทิ้งไว้เป็นมรดกแก่คนรุ่นหลัง และใช้โอกาสนี้เพื่อที่จะยืนหยัดกับผู้คนที่ยังคงประสบกับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เรากำลังเรียกร้องให้ไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  ใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนในอนาคต และเชิญคุณมาร่วมกับเราที่จะส่งข้อความนี้เพื่อสนับสนุนและเป็นความหวังให้กับชาวญี่ปุ่น http://on.fb.me/xfbHYJ

ความเงียบและการปนเปื้อนกัมมันตรังสีถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอุบัติภัยฟูกูชิมา ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายออนไลน์ "ดินแดนในเงาหม่น (Shadowlands)" http://bit.ly/AbAhww โดย โรเบิร์ต นอท์ท  ภาพหลอนของหมู่บ้านว่างเปล่า สนามเด็กเล่นและทุ่งนารกร้าง ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เตือนให้เราขนหัวลุกถึงของต้นทุนของพลังงานนิวเคลียร์ แต่มันจะเป็นแรงผลักดันต่อการเรียกร้องอนาคตที่ปลอดภัยจากความเสี่ยงของพลังงานนิวเคลียร์ นอกจากนี้เรายังนำเรื่องราวของหลายผู้คนซึ่งต้องมีชีวิตอยู่กับความวิตกกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพของบุตรหลานที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตรังสี"


"สำหรับเราแล้ว นิทรรศการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความสูญเสีย การสูญเสียวัฒนธรรมและประเพณี การสูญเสียชุมชนและวิถีชีวิต และการสูญเสียสุขภาพ และแม้แต่การสูญเสียชีวิตเอง หมู่บ้านเหล่านี้เคยมีผู้อาศัยมากว่า 2,000 ปี

แต่กลับต้องมีการอพยพและถูกทิ้งไว้ให้ว่างเปล่า การที่คนเราจะใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืนเข้ากับพื้นที่ได้อย่างลงตัวนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา ความละเอียดลออ และความใส่ใจ คุณสามารถมองเห็นถึงการเคารพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคนญี่ปุ่นได้จากการสร้างอาคารบ้านเรือน การจัดตกแต่งสวน และวิถีการทำเกษตรกรรมของเกษตรกร และการดูแลปศุสัตว์ ทว่า ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่หยั่งรากลึกและได้รับการอนุรักษ์มาอย่างดีนับหลายศตวรรษกลับเริ่มเลือนหายไป" –  photographer Robert Knoth

นับตั้งแต่วิกฤตนิวเคลียร์ฟูกูชิมาเริ่มขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 2554 ผู้เชียวชาญด้านรังสีของกรีนพีซทำการสำรวจบันทึกผลกระทบของการปนเปื้อนรังสี ต่อสิ่งแวดล้อม อาหารและอาหารทะเล  เพื่อแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลของญี่ปุ่นนั้นได้ประเมินและรายงานผล กระทบจากรังสีรอบๆ พื้นที่แถบฟูกูชิมาคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง

ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสี  Rianne Teule ที่ทำงานเป็นนักรณรงค์ของกรีนพีซด้านนิวเคลียร์มากว่าสิบปี ได้เห็นตัวอย่างผลกระทบจากอุบัติภัย Chernobyl  ดังนั้นหลังจากที่เธอได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ฟูกูชิมา ความคิดแรกของเธอต่อคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง  คือ "ฉันรู้ว่ามีประชากรจะได้รับความเสี่ยงอย่างไร ตลอดจนความยุ่งยากและระยะเวลาที่ยาวนานต่อผลที่จะตามมาของอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่จะเกิดขึ้นได้" 
 
ปีต่อมา 150,000 คนญี่ปุ่นต้องย้ายออกจากบ้านของพวกเขาเพราะอุบัติภัยในฟูกูชิมา – และบางคนก็ ไม่สามารถที่จะกลับมาที่เดิมได้

วันนี้เธอจะส่งข้อความของเธอเองเพื่อความสมานฉันท์ให้กับชาวญี่ปุ่น:

"ฉันขอเป็นกำลังใจให้คุณ ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความทุกข์ของคุณจะไม่ถูกลืมเลือนและว่ามันจะทำหน้าที่คอยปลุกคนทั่วโลก ฉันขออธิษฐานให้การเกิดอุบัติภัยในฟูกูชิมาครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนและกรุยทางไปสู่การปฏิวัติพลังงาน  และช่วยผลักดันโลกไปสู่อนาคตพลังงานที่สะอาดอย่างแท้จริง."


คุณสามารถส่งข้อความของคุณเพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่นได้ที่...
Facebook
  http://on.fb.me/xfbHYJ    หรือ Twitter  http://bit.ly/xyhh11 #msgFukushima 

ร่วมสร้างชุมชนสมาชิกเครือข่ายโทรทัศน์ครู เพื่อรับ iPad พร้อมรายการโทรทัศน์ครู ฟรี




จาก: โทรทัศน์ครู <member@thaiteachers.tv>
วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555, 23:01
หัวเรื่อง: ร่วมสร้างชุมชนสมาชิกเครือข่ายโทรทัศน์ครู เพื่อรับ iPad พร้อมรายการโทรทัศน์ครู ฟรี
ถึง:  

สวัสดีค่ะ  ฉบับที่ 33 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555

           โครงการโทรทัศน์ครู เห็นความสำคัญของการรวมพลังของครูทั่วประเทศไทย 600,000 กว่าคน หากครูทุกคนร่วมเป็นเครือข่ายเดียวกันจะเกิดการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อครู นักเรียนและระบบการศึกษาไทย
           ตามที่คุณ สุวิมล เชื้อชาญวงศ์ รหัสสมาชิก 031216 ได้เป็นสมาชิกเครือข่ายโทรทัศน์ครู โครงการจึงขอเชิญชวนท่านร่วมเป็น "ฝ่ายสร้างชุมชนสมาชิกเครือข่ายโทรทัศน์ครู" ด้วยการหาสมาชิกใหม่ที่เป็นครู ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ กลุ่มผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดสมาชิกเครือข่ายครูทั้งประเทศไทย เกิดการนำโทรทัศน์ครูไปใช้ประโยชน์ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ตลอดจนเกิดการคิดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้และการบริหารสถานศึกษา
           เมื่อท่านหาสมาชิกใหม่จำนวน 1 คน ท่านจะได้รับสิทธิ์ในการร่วมจับสลาก 1 สิทธิ์ เพื่อร่วมจับสลากเพื่อลุ้นรับของ&#8220รางวัลเป็น iPad จำนวน 1 เครื่อง รวม 10 รางวัล&#8221 เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการค้นคว้าข้อมูลผ่านเว็บไซต์โทรทัศน์ครูและเว็บไซต์อื่นๆ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ การฉายรายการโทรทัศน์ครูให้ครูท่านอื่นได้ชมหรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ฯลฯ เป็นต้น โดยมีระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2555 คลิกที่นี่

รับชมเพิ่มเติม : การจัดการเรียนรู้ | การบริหารการศึกษา | พัฒนาครู
 
 


 

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การวัดผลและประเมินผลการศึกษา




จาก: โทรทัศน์ครู <member@thaiteachers.tv>
วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2555, 23:54
หัวเรื่อง: การวัดผลและประเมินผลการศึกษา
ถึง: 

สวัสดีค่ะ คุณสุวิมล เชื้อชาญวงศ์ รหัสสมาชิก 031216 ฉบับที่ 32 วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555
            ช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคเรียนที่ 2 เพื่อนครูหลายท่านคงกำลังเตรียมการทำแบบทดสอบเพื่อวัดผลนักเรียนโทรทัศน์ครูจึงคัดเลือกรายการที่เกี่ยวข้องกับ "การวัดและประเมินผลการศึกษา" เพื่อเป็นไอเดียให้เพื่อนครูในช่วงปลายภาคเรียน
   

ทบทวนโจทย์เลข ด้วยเทคนิค
            เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้ของครูไทย ครูมืออาชีพ อ. สุวรรณา อินทร์ฉาย สอนคณิตศาสตร์ ระดับชั้นม. 2 ของ โรงเรียน สุรศักดิ์มนตรี ในการช่วยให้เด็กในห้องเรียน ที่มีจำนวนมาก สามารถทบทวนบทเรียนได้สนุก ด้วยการตั้งโจทย์เลข และทดสอบด้วยเทคนิคเพื่อนฝึกเพื่อน  เพิ่มเติม
 
บันไดคะแนนในชีววิทยา - Anita and Biology
            ครูแอนิต้าใช้เทคนิคขั้นบันไดช่วยประเมินผลนักเรียนก่อนการเรียนรู้เพื่อให้สามารถวางเป้าหมายในการสอน และวางแผนทบทวนได้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจการเรียนรู้ของตัวเองโดยเทคนิคนี้จะให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้ซึ่งในแต่ละขั้นหมายถึงทักษะและคุณสมบัติของนักเรียนที่แตกต่างกันออกไป  เพิ่มเติม
 
เพิ่มคะแนนหลังจุดทศนิยม - Andy and Physics
           มาชมห้องเรียนของครูแอนดี้ครูสอนฟิสิกส์ ครูผู้มีวิธีสอนที่สร้างสรรค์ช่วยให้นักเรียนสามารถประเมินการเรียนรู้ของตนได้มากขึ้น นอกจากนี้ครูแอนดี้ยังมีเทคนิคเฉพาะตัวคือ การใช้เกมส่งเสริมการเรียนรู้ การเล่นเกมนอกจากจะทำให้การเรียนสนุกขึ้นและไม่น่าเบื่อแล้ว เกมยังช่วยให้นักเรียนจำความรู้ต่างๆเพื่อนำไปใช้ในการสอบได้ง่ายขึ้น  เพิ่มเติม
การประเมินผลระหว่างการเรียนการสอน ตอนที่ 1

            ร่วมกันเรียนรู้วิธีการประเมินผลแบบ formative assessment ที่ให้ผู้เรียนประเมินผลด้วยตนเอง และส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้นอกเหนือจากตำราเรียน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากกับนักเรียนในอนาคต  เพิ่มเติม
รับชมเพิ่มเติม : การจัดการเรียนรู้ | การบริหารการศึกษา | พัฒนาครู
 
 




ต้อกระจก

 

สาเหตุและอาการของต้อกระจก

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย : นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์

           การเกิดต้อกระจกต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่อาการผิดปกติในการมองเห็นจะ ปรากฏขึ้น โดยในระยะแรกๆ อาจจะเห็นเป็นจุด และขยายวงมากขึ้นจนเป็นทั้งแก้วตา ทำให้เลนส์แก้วตามีลักษณะขุ่นมัว และฝ้าฟาง ทำให้แสงไม่สามารถผ่านไปยังจอประสาทตาได้ตามปกติ จึงเกิดอาการตามัวมองเห็นสิ่งต่างๆได้ไม่ชัด

 

อาการของต้อกระจกนี้ ส่วนมากแล้วมักจะเป็นได้ทั้งสองข้าง โดยที่ข้างหนึ่งอาจเป็นเร็วกว่าอีกข้างหนึ่ง ขณะเดียวกันตาข้างหนึ่งก็อาจเป็นมากกว่าอีกข้างหนึ่ง เมื่ออายุมากขึ้น ความขุ่นมัวก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ตามปกติ ยิ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้ต้อสุกโดยไม่มีการรักษา จะทำให้เกิดการอักเสบ หรืออาจกลายเป็นต้อหิน และทำให้ตาบอดได้ในที่สุด

          การเกิดต้อกระจกนี้ ยังพบได้ในเด็กแรกเกิดที่มีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ การกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงที่ลูกตา หรือถูกของมีคม นอกจากนี้โรคทางร่างกายของผู้ป่วย เช่น โรคเบาหวาน โรคระบบประสาทบางชนิด การได้รับพิษจากสารเคมี จากยา หรือแสงกัมมันตภาพรังสี ก็สามารถทำให้เกิดต้อกระจกได้เช่นกัน

วิวัฒนาการการรักษาต้อกระจก

PDFพิมพ์อีเมล

เขียนโดย : นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์

          ที่ผ่านมาการรักษาต้อกระจกมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น คือ การผ่าตัดเอาต้อกระจกออก การใช้ยาหยอดตา และการกินยาที่ไม่สามารถป้องกันหรือรักษาให้อาการต้อกระจกหายได้ เพราะต้อกระจกเป็นการเปลี่ยนภายในแก้วตา ไม่ใช่เป็นเยื่อบางๆ หรือเนื้องอกหุ้มที่แก้วตา จึงไม่สามารถล้างออกหรือใช้เข็มเขี่ยออกได้

 

เมื่อผ่าตัดเอาต้อกระจกออกไปแล้วจะทำให้แสงสามารถผ่านเข้าไปในตาได้ตามปกติ เพียงแต่ผู้ป่วยจะไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเหมือนคนปกติเนื่องจากไม่มีแก้ว ตา วิธีการหนึ่งที่จะช่วยผู้ป่วยมองเห็นได้อย่างชัดเจนและปลอดภัยหลังการผ่าตัด ก็คือ การใช้แว่นตาต้อกระจกที่ทำด้วยเลนส์นูน เพื่อทำการหักเหแสงแทนเลนส์แก้วตาธรรมชาติที่ถูกผ่าตัดออกไป

         แว่นตา ต้อกระจกที่ทำด้วยเลนส์นูนนี้มีราคาถูก แต่ก็มีข้อเสีย คือ จะทำให้ภาพที่มองเห็นใหญ่กว่าของจริง และถ้ามองด้านข้างก็จะมองเห็นได้ไม่ชัด สำหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดต้อกระจกข้างเดียว และตาอีกข้างหนึ่งยังดีอยู่จะใช้แว่นตาเพียงข้างเดียว เพราะถ้าใช้ 2 ตาพร้อมกันจะเกิดปัญหาในการมองเห็น คือ ทำให้เห็นภาพเป็น 2 ชั้น ซึ่งทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

          วิธีต่อมาที่พัฒนามาจากการใส่แว่นตา เลนส์นูนและวิธีเป็นที่นิยมทำกันมากตามโรงพยาบาลในปัจจุบัน คือ การผ่าตัดแบบเย็บแผล โดยการใส่เลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งทำจากสารพวกพลาสติกแข็งที่ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกายเข้าไปเพื่อ ทำหน้าที่แทนแก้วตาธรรมชาติที่เกิดต้อกระจก เลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่เข้าไปนี้จะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องใส่แว่นตาที่ทำด้วย เลนส์นูนอีกต่อไป การใส่เลนส์แก้วตาเทียมนี้ใช้ได้กับผู้ป่วยทุกรายที่ไม่มีข้อห้ามและผู้ป่วย ที่ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะการใช้เลนส์แก้วตาเทียมเป็นวิธีการแก้ไขสายตายาวหลังการผ่าตัดต้อกระจก ได้ดีที่สุด ทั้งยังให้ความสะดวกสบายกว่ามาก เพราะเป็นการใส่แบบถาวรโดยไม่ต้องเปลี่ยนและไม่ต้องดูแลรักษา เพียงแต่ต้องระวังเรื่องแผลผ่าตัดสักระยะหนึ่ง ควรหมั่นเช็ดตาและหยอดตาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

           ส่วนในผู้ป่วย ที่สายตาสั้นมากๆ หรือพวกที่เคยผ่าตัดแบบไม่ใส่เลนส์เทียมไปแล้วข้างหนึ่ง ก็จะไม่ใส่เลนส์แก้วตาเทียมในอีกข้างหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้สายตาสามารถใส่แว่นตาได้ทั้ง 2 ข้าง ปัจจุบันวิวัฒนาการของการผ่าตัดต้อกระจกได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง คือ ได้พัฒนามาเป็นการผ่าตัดต้อกระจกโดยไม่ต้องเป็นแผล หรือที่เรียกว่า "เฟโคอีมัลซิฟิเคชั่น" การผ่าตัดต้อกระจกแบบใหม่นี้ เป็นการนำคลื่นเสียงความถี่สูงอัลตราซาวนด์มาใช้ในการสลายต้อกระจกแล้วดูด ออกมา จากนั้นจึงใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทน ในปัจจุบันวิธีการดังกล่าวเป็นที่นิยมกันมากในต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยยังไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไรนัก ทั้งนี้เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องค่าใช้จ่ายของเครื่องมือซึ่งมีราคาแพง และความชำนาญของจักษุแพทย์ที่จะต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นกรณีพิเศษ แต่ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาได้มีโรงพยาบาลหลายแห่งพยายามที่จะนำวิธีการดังกล่าวมาใช้ แต่เพราะข้อจำกัดดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลยางแห่งต้องล้มเลิกไป เท่าที่ทราบว่ายังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมี 2-3 แห่ง ทั้งโรงพยาบาลของรัฐฯและเอกชน

          ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย วิธีใหม่นี้ แม้จะสูงกว่าการรักษาแบบเก่า แต่เนื่องจากผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาลและไม่ต้องใช้ไหมเย็บแผล ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้ และเมื่อเทียบกันแล้ว ค่าใช้จ่ายในการรักษาแบบใหม่จึงสูงกว่าวิธีเก่าประมาณร้อยละ 30-40 ผู้ป่วยบางคนอาจสงสัยว่า การผ่าตัดจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน ซึ่งในความจริงแล้วการผ่าตัดต้อกระจกเป็นการผ่าตัดตาที่จักษุแพทย์ทำกัน อย่างคุ้นเคยมาก เหมือนกับการที่ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดไส้ติ่ง โรคแทรกซ้อนหลังผ่าตัดก็อาจมีได้แต่น้อย ที่ต้องระวังมากที่สุด ก็คือ เรื่องการติดเชื่อ ต้อหิน เลือดออกในลูกตา จอประสาทตาลอกหรือบวม ซึ่งไม่พบบ่อยนัก

          สิ่งหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลังจากการผ่าตัดเป็น เวลานาน คือ ถุงเยื่อหุ้มหลังเลนส์ขุ่น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามัวได้อีก แต่ในครั้งนี้จะไม่รักษาด้วยการผ่าตัด แต่จะใช้แสงเลเซอร์ยิงเจาะเยื่อหุ้มเลนส์ที่ขุ่น ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยกลับมองเห็นได้อย่างชัดเจนโดยจะไม่มัวลงอีก

http://mettaeyecare.org/th/cataract/2010-08-24-05-55-20.html

การลดค่าโดยสารครึ่งราคา ผู้สูงอายุ ( 60 ปีขึ้นไป ) สัญชาติไทย ใช้สิทธิระหว่าง 01 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี

 
  
1. การจำหน่ายตั๋ว
ท่านผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วโดยสารที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือตัวแทนที่เปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า
ทุกแห่ง หรือจองทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 1690 ได้ทุกวันตลอด 24 ชม. ก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 5 วัน
( โดยผู้ที่โทรสำรองที่แล้วต้องไปรับตั๋วไม่เกินเวลา 22.00 น.ของวันรุ่งขึ้น หากไม่ไปรับตั๋วตามเวลาที่กำหนดจะยกเลิก
การสำรองที่นั้นๆ โดยอัตโนมัติ การโทรสำรองที่ได้ครั้งละไม่เกิน 10 ที่ ) และสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ถึง 60 วัน
โดยจองตั๋วได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ
สถานีที่สามารถไปรับตั๋วโทรสำรองที่ คือ
1. กรุงเทพ , สามเสน , ชุมทางบางซื่อ 1 , 2 , บางเขน , หลักสี่ , ดอนเมือง และรังสิต
2. มักกะสัน , แม่น้ำ , คลองตัน , หัวหมาก , บ้านทับช้าง , ลาดกระบัง และหัวตะเข้
3. ธนบุรี , บางบำหรุ , ชุมทางตลิ่งชัน , ศาลาธรรมสพน์ และศาลายา
4. วงเวียนใหญ่ และตลาดพลู
เมื่อท่านผู้โดยสารซื้อตั๋วแล้วควรตรวจสอบ ขบวนรถ วันที่/เดือน/ปี สถนีต้นทาง ปลายทาง และจำนวน
เงินที่ทอนว่าถูกต้องหรือไม่ หากผิดพลาดติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที เมื่อท่านผู้โดยสารพ้นจากที่จำหน่ายตั๋วแล้วภายหลัง
จะกลับมาร้องหรือทวงถามว่ามีข้อผิดพลาดหรือทอนเงินไม่ถูกต้อง พนักงานจำหน่ายตั๋วจะไม่รับผิดชอบใด ๆ เลย
การลดค่าโดยสารครึ่งราคา
บุคคลที่การรถไฟฯ ลดค่าโดยสารให้ในราคาร้อยละ 50 (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) ได้แก่
1. เด็กที่สูงเกิน 100 ซม. แต่ไม่เกิน 150 ซม.
2. พระภิกษุ สามเณรในศาสนาพุทธ หรือนักบุญในศาสนาอิสลามและคริสต์
( ตามระเบียบที่การรถไฟฯ กำหนดคุณสมบัติไว้ )
3. ทหารในเครื่องแบบและผู้ที่ได้รับเหรียญ สช. , รชด. , ชัยสมรภูมิ , วน. , สจ. , กห. , ชทก. เป็นต้น
4. กพส. , กสข. , ทบส. , มพย.
5. ผู้สูงอายุ ( 60 ปีขึ้นไป ) สัญชาติไทย ใช้สิทธิระหว่าง 01 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี
6. อาสาสมัครสาธารณะสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยลดค่าโดยสารเฉพาะชั้น 3 นั่งธรรมดา ให้ร้อยละ
20 ระหว่างวันที่ 01 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี
ตั๋วเดินทางหมู่คณะ
สามารถติดต่อซื้อตั๋วล่วงหน้าได้เกินกว่า 60 วัน แต่จะสำรองที่นั่งได้ไม่เกิน 40% ของที่นั่ง แต่ละชนิดที่
มีอยู่ในขบวนรถนั้น ๆ และไม่มีส่วนลดค่าโดยสารแต่อย่างใด
สำหรับนักเรียนและนักศึกษาต้องมีหนังสือรับรองของหัวหน้าสถานศึกษาซึ่งระบุสถานีต้นทาง/ปลายทาง
วันเดินทางไป-กลับ รวมทั้งต้องมีอาจารย์ควบคุมไปด้วยหนึ่งคนต่อนักเรียน หรือนักศึกษา 10 คน ซึ่งอาจารย์ที่ควบคุม
ไปนี้การรถไฟฯ จะคิดค่าโดยสารเท่ากับนักเรียน หรือนักศึกษา 1 คน โดยมีรายละเอียด ดังนี้.-
เที่ยวเดียว ลดค่าโดยสาร 25% ของราคาค่าโดยสาร สำหรับค่าธรรมเนียมคิดเต็มราคา
ไป-กลับ ลดให้เฉพาะค่าโดยสารชั้น 3 โดยการรถไฟฯ คิดค่าโดยสารเพียงเที่ยวเดียว
ค่าธรรมเนียมซื้อตั๋วบนขบวนรถ
เมื่อตรวจพบผู้โดยสารไปกับขบวนรถโดยไม่มีตั๋วโดยสารหรือเอกสารคุ้มครองการโดยสารพนักงาน
บนขบวนรถจะเรียกเก็บค่าโดยสารในอัตราที่การรถไฟฯ กำหนดตามระยะทางที่เดินทาง และเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
ซื้อตั๋วบนขบวนรถเพิ่มอีก ดังนี้
1. ขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน และรถเร็ว
คนละ
250
บาท
2. ขบวนรถอื่น ๆ นอกเหนือขบวนรถ ข้อ 1.
คนละ
100
บาท
 
 
ข้อยกเว้น กรณีเรียกเก็บค่าโดยสารเพียงอย่างเดียวไม่ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมซื้อตั๋วบนขบวนรถ
 
1. ผู้โดยสารที่อยู่ในเกณฑ์ เด็ก
    
 
2. นักเรียนในเครื่องแบบไม่เกินชั้นมัธยมศึกษา
 
3. ผู้โดยสารที่ขึ้นโดยสารจากที่หยุดรถ / ป้ายหยุดรถที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ หรือตัวแทนฯ เปิดจำหน่ายตั๋ว
 
4. สถานีซึ่งมีการแจ้งเหตุขัดข้องเกี่ยวกับการจำหน่ายตั๋ว


2. การเปลี่ยนแปลงและการเลื่อนชั้นการเดินทาง
การเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ตั๋วทุกชนิดทุกประเภท (ยกเว้นตั๋วเดือน ซึ่งไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงการ
เดินทาง และไม่คืนเงินค่าโดยสาร) ที่ผู้โดยสารซื้อไว้ จะเปลี่ยนแปลงการเดินทางได้ไม่เกิน 1 ครั้ง ดังนี้.-
 
1. เฉพาะการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางสามารถเลื่อนออกไปได้ไม่เกิน 60 วันนับถัดจากวันที่ระบุไว้ในตั๋ว
และไม่เกินระยะเวลาที่เปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า
 
2. ตั๋วไปกลับ เปลี่ยนแปลงการเดินทางเที่ยวไปได้ 1 ครั้ง และเที่ยวกลับ 1 ครั้ง
 
3. การเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ให้ถือเอาวัน เวลาขบวนรถออกและสถานีต้นทางที่ระบุในตั๋วเป็นเกณฑ์
และต้องนำตั๋วมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง   หากเลยเวลาดังกล่าวข้างต้น
ไม่รับเปลี่ยนแปลง ไม่คืนค่าตั๋วโดยสาร และไม่รับคำร้อง
 
การร่นการเดินทางให้ร่นเข้ามาได้โดยไม่จำกัดวัน
 
การขอเลื่อนชั้นโดยสารสูงกว่าตั๋วฉบับเดิม สามารถเลื่อนที่สถานีต้นทางหรือปลายทางใด ๆ ให้มีระยะทาง
ไกลกว่าตั๋วฉบับเดิมได้ โดยชำระค่าโดยสารในส่วนที่แตกต่างกันระหว่างชั้นโดยสารเดิมให้ครบ
 
 
ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงการเดินทาง คิดตามหลักเกณฑ์ ดังนี้.-
 
- ตั๋วทุกชั้น รถนั่งธรรมดา
คิดคนละ
20
บาท
 
- ตั๋วทุกชั้น รถปรับอากาศ หรือ คนนอน
คิดคนละ
50
บาท
 
ข้อยกเว้น ไม่เก็บค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ตั๋วรถนั่งธรรมดาทุกชั้น เฉพาะขบวนรถโดยสาร
ธรรมดา และรถรวม  เปลี่ยนแปลงเฉพาะขบวนรถซึ่งเดินทางในวันเดียวกันกับที่ระบุในตั๋ว
 


3. การคืนเงินค่าตั๋ว
ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วไว้แล้วไม่สามารถใช้ตั๋วโดยสารฉบับนั้นได้ เพราะเหดุใด ๆ ก็ตาม มีสิทธิขอคืนเงิน
ค่าตั๋วโดยสารและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ได้ โดยนำตั๋วโดยสารไปแจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ที่หมวดตั๋วล่วงหน้า หรือ
สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือตัวแทนที่เปิดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าทุกแห่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ถ้าเป็น
ตั๋วที่ซื้อเงินสดจะคืนเงินทันที โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคืนเงินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และขั้นต่ำไม่น้อยกว่า
20 บาท ต่อตั๋ว 1 ฉบับ โดยคิดเป็นรายบุคคล
หลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมคืนเงิน ให้ถือเอาวัน เวลาขบวนรถออก และสถานีต้นทางที่ระบุในตั๋ว
เป็นเกณฑ์ โดยคิดค่าธรรมเนียมเป็นร้อยละของราคาตั๋วเป็นรายบุคคล ดังนี้
ก.ตั๋วรายบุคคล , ตั๋วร่วม และตั๋วพิเศษตามใบแลกการขนส่งของหน่ายงานต่าง ๆ
- ขอคืนก่อนวันเดินทางที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสาร 3 วันขึ้นไป
หัก
20% ของราคาตั๋วโดยสาร
  ( ไม่นับวันขบวนรถออกต้นทางตามตั๋ว )
 
- ขอคืนน้อยกว่า 3 วันจนถึงก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
หัก
50% ของราคาตั๋วโดยสาร
 
ข.ตั๋วหมู่คณะทุกชั้นทุกประเภท ยกเว้นตั๋วหมู่คณะไป-กลับนักเรียน ในข้อ ค.
 
- คืนก่อนวันเดินทาง 3 วันขึ้นไป  
  ( ไม่นับวันขบวนรถออกต้นทางตามตั๋ว )
หัก
60% ของราคาตั๋วโดยสาร
 
  หากพ้นกำหนดนี้ไม่คืนเงินค่าตั๋วให้และไม่รับคำร้อง
ค.ตั๋วหมู่คณะไป-กลับ ลดราคาประเภทนักเรียน (รวมทั้งนิสิต นักศึกษา)
  ที่คิดค่าโดยสารเพียงเที่ยวเดียว ถ้ามีการใช้เที่ยวใดเที่ยวหนึ่งแล้วเที่ยวที่ยังไม่ได้ใช้จะไม่คืนค่าโดยสารให้
( คืนเฉพาะค่าธรรมเนียม ถ้ามี )  หากเป็นตั๋วลกราคาเที่ยวเดียวให้คิดเช่นเดียวกับ ตั๋วหมู่คณะในข้อ ข.
ง.ตั๋วนำเที่ยว
  จำหน่ายแล้วไม่รับคืนค่าตั๋วโดยสาร
 
การคืนเงินเต็มราคา ได้ต้องอันเนื่องมาจากขบวนรถที่จะเดินทางตามตั๋วล่าช้ากว่ากำหนดเวลาที่ได้
ประกาศไว้ในตารางการเดินรถเกินกว่า 30 นาที หรือเหตุซึ่งไม่ใช่เป็นความบกพร่องของผู้โดยสารเอง หรือด้วยสาเหตุ
เพราะไม่มีที่นั่งตามชั้นในตั๋ว หรือเพราะผู้โดยสารหนาแน่นขึ้นใช้การโดยสารไม่ได้ หรืออันเกิดมาจากความบกพร่องของ
การรถไฟฯ โดยท่านผู้โดยสารยังไม่ได้ใช้การโดยสารใดๆ ท่านผู้โดยสารมีสิทธิขอคืนเงินค่าโดยสาร และค่าธรรมเนียม
ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด หรือขอเลื่อนขบวนรถที่จะเดินทางได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
 
การคืนเงินค่าธรรมเนียมปรับอากาศ
หากรถโดยสารที่ผู้โดยสารใช้การโดยสาร เครื่องปรับอากาศชำรุดระหว่างทาง หลักเกณฑ์คืนเงินดังนี้
- คืนเงินเฉพาะค่าธรรมเนียมปรับอากาศให้เต็มราคา พ.5/ดส.8/13/2552 13 ต.ค.52
การยื่นคำร้อง ขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสาร
สามารถยื่นได้ที่สถานีหรือที่จำหน่ายตั๋วล่วงหน้าแห่งใดก็ได้ตามความประสงค์ของผู้ยื่นคำร้อง
และต้องมาติดต่อรับเงินคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้สั่งจ่ายเงินเป็นต้นไป
 
ให้ใช้คำร้องตามแบบฟอร์มของการรถไฟฯ โดยกรอกรายละเอียดพร้อมแสดงเหตุผลการที่ไม่ได้ใช้ตั๋ว
อย่างชัดแจ้ง และหากมีหลักฐานอ้างอิงก็ให้แนบติดมาด้วย
 
ผู้ยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าตั๋ว นำเนาคำร้องฉบับที่ 3 มาติดต่อขอรับเงินหลังยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าตั๋ว
ประมาณ 11 วันทำการ พ.5/ดส.8/13/2552 13 ต.ค.52
 
เมื่อใบสั่งจ่ายคืนเงินค่าตั๋วส่งถึง หมวดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า , สถานีที่ผู้ร้องขอรับเงินคืนจะแจ้ง
ผู้ร้องทราบ พ.5/ดส.8/13/2552 13 ต.ค.52
 

1. ตั๋วคอมพิวเตอร์
ตั๋วคอมพิวเตอร์ สำรองที่นั่ง
ตั๋วคอมพิวเตอร์ สำรองที่นั่ง
ตั๋วคอมพิวเตอร์ ไม่สำรองที่นั่ง


2. ตั๋วบาง
ตั๋วบางทั่วไป
การจำหน่ายต้องสอดคาร์บอนด์ และกรอกข้อความ พร้อม
ทำเครื่องหมาย ตามประเภทของผู้โดยสาร
สามารถจำหน่ายได้ 01 - 09 คนรวมกัน ต่อ 1 ฉบับ แต่
เป็นผู้โดยสารคณะเดียวกัน โดยสารจาก-ถึงสถานีเดียวกัน ค่าโดยสาร
ต่อคนเท่ากันทุกคน
ตั๋วบางสำเร็จรูป
การรถไฟฯ ได้ปรับปรุงรูปแบบและการจำหน่ายตั๋วบาง
สำเร็จรูปให้กระทัดรัดมีขนาดเดียวกันทุกราคา และสามารถจำหน่าย
ได้ทุกสายทุกช่วงของเส้นทาง เพื่อความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงาน
จัดพิมพ์เป็นเล่ม ๆ ละ 100 ฉบับ ไม่มีสำเนา ขนาด 6 * 11
ซม. ขนาดเดียวกันทุกราคา มี 2 สี
สีขาวใช้จำหน่าย ขบวนรถเที่ยวขึ้น ( ขบวนรถเลขคี่ )
สีฟ้าใช้จำหน่าย ขบวนรถเที่ยวล่อง ( ขบวนรถเลขคู่ )
มีจำหน่าย 5 ราคา คือ 2 , 3 , 5 , 10 และ 50 บาท
ตั๋วบางทั่วไป
ตั๋วบางสำเร็จรูปราคา 2 บาท
ตั๋วบางสำเร็จรูปราคา 3 บาท
ตั๋วบางสำเร็จรูปราคา 5 บาท
ตั๋วบางสำเร็จรูปราคา 10 บาท


3. คูปองชานเมือง
 
ลักษณะตั๋ว
:
จัดพิมพ์เป็นเล่ม ๆ ละ 20 ฉบับ พื้นตั๋วสีชมพู
ขนาด 5 * 8.5 ซม. ใช้กระดาษค่อนข้างหนา
มีรอยประทับตรานูนการรถไฟฯ ทุกฉบับ
ค่าโดยสาร
:
คิดรวมทั้งเล่ม ราคาเล่มละ 60 บาท
การใช้งาน
:
ใช้กับขบวนรถชานเมืองได้ทุกขบวน ระหว่าง
สถานีกรุงเทพ - หัวหมาก -กรุงเทพ และใช้ได้
ทั้งเที่ยวไป และกลับ
อายุตั๋วใช้ได้ภายใน 1 เดือน นับแต่วันเริ่มใช้
จนถึงวันสุดท้ายที่มาบรรจบกับวันที่เริ่มใช้
 



4. ตั๋วชาน
ลักษณะตั๋ว
:
พื้นตั๋วสีขาว ใช้กระดาษค่อนข้างบาง
ขนาด 4.2 * 5.5 ( โดยประมาณ )
ค่าโดยสาร
:
ฉบับละ 2 บาท
การใช้งาน
:
ใช้ผ่านเข้าชานชาลาสถานีกรุงเทพ


5. ตั๋วสัมภาระ
 
ตั๋วสัมภาระ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.
ตั๋วสัมภาระทั่วไป
2.
ตั๋วสัมภาระบนขบวนรถ มีอยู่ 2 ราคา คือ 5 และ 10 บาท
   
ตั่วสัมภาระทั่วไป
 
ตั๋วสัมภาระบนขบวนรถราคา 5 บาท
ตั๋วสัมภาระบนขบวนรถราคา 10 บาท


6. ตั๋วรักษาความสะอาด
ตั๋วรักษาความสะอาด มีอยู่ 5 ราคา
คือ 1 , 2 , 5 , 10 และ 20 บาท
ราคา 1 บาท
ราคา 2 บาท
ราคา 5 บาท
ราคา 10 บาท
ราคา 20 บาท


7. ตั๋วโดยสารรายเดือน
หลักเกณฑ์การคิดอัตราค่าโดยสาร

เที่ยวเดียว
คิดจากค่าโดยสารเที่ยวเดียวเต็มราคาตามชั้นที่นั่งจากสถานีถึงสถานี
วันละ 1 เที่ยว จำนวน 24 วัน แล้วคิดค่าโดยสารตามประเภทของบัตรโดยสารรายเดือน ดังนี้
- ประเภทประชาชนทั่วไป
75%
- ประเภทผู้มีสิทธิลดค่าโดยสารครึ่งราคาเป็นประจำ
50%
ไป-กลับ
คิดค่าโดยสาร เที่ยวเดียวเต็มราคาตามชั้นที่นั่งจากสถานีถึงสถานี วันละ 2
เที่ยว จำนวน 24 วัน แล้วคิดค่าโดยสารตามประเภทของบัตรโดยสารรายเดือน ดังนี้
- ประเภทประชาชนทั่วไป
75%
- ประเภทผู้มีสิทธิลดค่าโดยสารครึ่งราคาเป็นประจำ
50%
- ประเภท นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่อายุไม่เกิน 25 ปี ที่ยังไม่มีอาชีพ/ครอบครัว
50%


8. บัตร VIP
 
ลักษณะบัตร
:
เป็นแผ่นพลาสติกบาง ๆ เช่นเดียวกับบัตรเครดิต และ
 
บัตร A.T.M. ขนาด 5.5 * 8.5 ซม.( โดยประมาณ )
ราคา
:
คิดบัตรละ 350 บาท ราคาเดียวทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
การใช้
:
ใช้โดยสารเฉพาะชั้น 3 ทุกขบวน ทั้งเที่ยวไป - กลับ
 
ต้นทางกรุงเทพ/ธนบุรี - เชียงราก - ศาลายา - หัวตะเข้
:
อายุบัตรใช้ได้ 1 เดือน นับวันเริ่มใช้ถึงวันที่มาบรรจบกัน
ของเดือนถัดไป


ด้านหน้า
ด้านหน้า
ด้านหลัง


9. ตั๋วพิเศษ Rail Pass
 
ประเภทไม่รวมค่าธรรมเนียม
ปกด้านหน้า
ด้านใน
 
ประเภทรวมค่าธรรมเนียม
ปกด้านหน้า
ด้านใน
 
จัดให้มีเพื่อบริการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารชาวต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวปรเทศไทย
 
ราคาตั๋วพิเศษ Rail Pass 1 ฉบับ : 1 ท่าน
หน่วย : บาท
ไม่รวมค่าธรรมเนียม ( สีน้ำเงิน )
รวมค่าธรรมเนียม ( สีแดง )
ผู้ใหญ่
1,500
3,000
เด็ก
750
1,500
 
หลักเกณฑ์การใช้ ตั๋วพิเศษ Rail Pass
1. ติดต่อซื้อตั๋วพิเศษต้องมีหนังสือเดินทางแสดง และเจ้าของหนังสือเดินทางต้องถือตั๋วพิเศษเอง
ห้ามเปลี่ยนตัวคนถือ
2. ตั๋วพิเศษเด็กจะต้องมีอายุ ระหว่าง 04 - 12 ปี โดยไม่คิดส่วนสูง
3. สามารถใช้ตั๋วได้ภายในกำหนด 20 วัน นับแต่วันถัดจากวันตั้งต้นเดินทางเป็นวันที่หนึ่ง และสิ้นสุด
ไม่เกินเวลา 24.00 น.ของวันที่ยี่สิบ
4. สามารถใช้เดินทางได้ทุกขบวน ถ้าเดินทางขบวนรถพิเศษนำเที่ยวต้องชำระค่าบริการในส่วนที่
เอกชนร่วมจัดบริการ
5. สามารถใช้โดยสารสูงสุดไม่เกินรถนั่งนอนชั้น 2 ปรับอากาศ เตียงล่าง ถ้าเป็นตั๋วพิเศษประเภท
ไม่รวมค่าธรรมเนียม ต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่ม
6. ใช้ได้ตลอดทางทุกสาย ทุกขบวนไม่จำกัดครั้ง และซ้ำเส้นทางได้ภายในอายุตั๋วพิเศษ


10. ตั๋วยูโรเทรน เอ็กซพลอเรอร์พาสส์หรือ ตั๋วยูซิสเวิลด์
ความเป็นมา
:
การรถไฟได้ตกลงกับบริษัท Eurotrain
International AG. จัดให้มีตั๋วยูโรเทรนเอ็กซพลอเรอพาสส์
( Eurotraion Exploror Pass ) หรือ ชื่อตั๋วรูปแบบใหม่
คือ ตั๋วยูซิส เวิลด์ ( Usit World Ticket ) สำหรับจำหน่ายให้
กับเยาวชน อาจารย์ และนักวิชาการชาวต่างประเทศใช้เดินทาง
โดยขบวนรถทุกประเภทได้ตลอดทางทุกสาย
ราคาและอายุการใช้ตั๋วยูโรพาสส์
:
ไม่รวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ( หน่วย : เหรียญดอลล่าสหรัฐ )

ชั้นที่ 2
ชั้นที่ 3
อายุการใช้งาน : วัน
27
33
40
12
15
18
7
14
21

การใช้งาน
1. ตั๋วยูโรพาสส์ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
2. ตั๋วยูโรพาสส์จำหน่ายให้สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 26 ปี รวมทั้งอาจารย์ และนักวิชาการ
ชาวต่างประเทศเท่านั้น
3. ใช้เดินทางกับขบวนรถโดยสารได้ทุกขบวนรถไม่จำกัดครั้ง และระยะทาง
ถ้าเดินทางขบวนรถพิเศษนำเที่ยวต้องชำระค่าบริการในส่วนที่เอกชนร่วมจัดบริการ


11. ตั๋วหนา
          ตั๋วหนาเป็นตั๋วโดยสารที่ใช้ในอดีต ผลิตเป็นไปตามมาตรฐาน Edmonson คือ ต้องมีความหนาระหว่าง 0.6 - 0.8 มม. กว้าง 30.5 มม. และ ยาว 57 มม. ผิวหน้าหลังตั๋วต้องซับซึมหมึกชัดเจน เรียบลื่น และมีความแข็งเพียงพอไม่หักงอขณะพิมพ์ ตั๋วหนาที่ใช้สมัยก่อนเป็นผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ
          แบบของตั๋วหนาต้นแบบได้มาจากประเทศในยุโรป เช่น ประเทศอังกฤษ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันโดยลักษณะเด่นของตั๋วทุกใบจะมีการพิมพ์คำว่า The State Railway of Thailand ติดต่อกันเต็มด้านหน้าของตั๋ว ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้นำระบบการจำหน่ายตั๋วด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งาน จึงได้ยกเลิกการใช้ตั๋วหนา


สอบถามข้อมูลการรถไฟแห่งประเทศไทย (Call Center) สายด่วน  
การรถไฟแห่งประเทศไทย เลขที่ 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330